<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280</id><updated>2011-07-08T06:48:05.095-07:00</updated><title type='text'>Eco Sufficiency</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>15</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-1621932619371431265</id><published>2010-01-22T04:29:00.000-08:00</published><updated>2010-01-22T05:05:02.533-08:00</updated><title type='text'>มะละกอ &amp; มะม่วง</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/S1mZ_IcLvzI/AAAAAAAAAFU/GVoTwQCiLBQ/s1600-h/eco-sufficiency.JPG" imageanchor="1" style="clear: left; cssfloat: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" mt="true" src="http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/S1mZ_IcLvzI/AAAAAAAAAFU/GVoTwQCiLBQ/s320/eco-sufficiency.JPG" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family: Times, &amp;quot;Times New Roman&amp;quot;, serif;"&gt;วันนี้มาดูบล๊อกตัวเองเห็นมีบทความเป็นส้มตำเลยสั่งส้มตำข้างร้านมากิน ส้มตำจานนี้พิเศษหน่อยครับ เพราะใส่มะม่วงลงไปเล็กน้อย มะม่วงรสจะเปรี้ยวครับพอผสมกับมะละกอและตำรวมกันแล้วรสชาดโอเคครับ มันจะออกแหลมๆไปทางมะม่วงครับใส่มะนาวนิดหนึ่งแต่ไปได้กลิ่นและรสๆจะไปทางมะม่วงถือว่าอร่อยครับ สั่งมาตอนอากาศอุณภูมิแรงๆแบบนี้ครับ ไหนก็คุยเรื่องมะละกอก็จะยาวหลายตอนแน่นอนครับ ตอนนี้ผมเบื่องาน @ บ้าน ลงงานเกษตรครับพอได้เหงื่อและมันดีครับเหงื่อมันออกแล้วหลับสบาย ผมตกลงปลูกมะละกอครับมะละกอที่เขากำลังนิยมกัน ชื่อเรดมาลาดอร์หรือมะละกอฮอนแลนด์ครับ ผมไม่มีต้นกล้าและไม่ซื้อเขาเลยครับแต่ผมซื้อที่ห้าง&amp;nbsp;โลตัส &amp;nbsp;ซื้อมากิน อาศัยมีประสพการเกษตรนิดหน่อย นอกจากกินแล้วก็เอาเมล็ดมาครับ ได้เมล็ดมาก็นำมารีดกับตะข่ายขยี้พร้อมกับน้ำที่เมล็ดไม่ลอดออกไป เพื่อเอาสารยับยั้งการงอกที่เคลือบเมล็ดออก แล้วล้างจนสะอาดหมดจดก็นำไปตากให้แห้ง สัก1-2อาทิตย์ แล้วนำมาแช่น้ำ ไว้สักสามวันสามคืน ผสมเถ้าแกลบและแกลบแก่ๆ ผสมดินเล็กน้อย ลงถุง ถุงละ 3 เมล็ด นำเข้าตู้หรือโรงเพาะ โรงเพาะก็ใช้ท่อที่ร้อยสายไฟท่อสีเหลืองครับราคาถูกดีและทนด้วยครับไม่หักง่าย ใช้ไม้ทำเสากลางสองเสาสองข้างก็กะระยะความกว้งของพลาสติกดูครับ ใช้สามท่อพอดีครับแล้วดัดโค้งจดดินทั้งสองข้าง 180 องศาพอดีครับ เอาพลาสติกคลุมก็เป็นโรงเพาะกล้าอบอุณภูมิสูง ขนาดหนึ่งพันต้นสบายครับ ทำประตูทางออกเสีย &amp;nbsp;ตอนนี้ก็มีต้นกล้าแล้วครับ เพาะราวสองอาทิตย์กว่าเองครับมีใบสี่ใบแล้วครับ โอเคครับวันหน้าคืบหน้าอย่างไรแล้วจะนำมาตีแผ่จนละเอียดเลยครับวันนี้แค่นี้ก่อนครับพอหอมๆครับ ทิปนิดครับ ขณะที่เพาะกล้าผมก็ทำการเตรียมดินขุดหลุมรองก้นหลุมด้วยปุ้ยคอก &lt;!-google-ad-section-star&gt;วางระบบน้ำด้วยสายยาง พีอี ติดด๊อปปิด-เปิดวาวล์ วางแท้งค์น้ำ แรงดัน 2-3บาร์ ขนาดพันลิตรและใช้หัวพ่นข้างเดียว 180 องศาไว้เรียบร้อยครับ พอโตเต็มที่ก็เพิ่มหัวพ่น ให้เต็ม 360 องศา&lt;!-google-ad-section-end&gt; ก็วางแผนล่วงหน้าหน่อยครับ ระยะปลูกต่างๆวันต่อไปจะนำมาแชร์ครับ รวมคำนวนต้นทุนทั้งหมดครับ&amp;nbsp;ตอนนี้รอต้นกล้าแข็งแรงเต็มที่&amp;nbsp; ก็ลงปลูก ครับ&amp;nbsp; ติดตามต่อไปนะครับ สวัสดีครับ.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: left;"&gt;&lt;span style="font-family: Times;"&gt;Eco.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-1621932619371431265?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/1621932619371431265'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/1621932619371431265'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2010/01/1-2-3-2-3-180-360.html' title='มะละกอ &amp; มะม่วง'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/S1mZ_IcLvzI/AAAAAAAAAFU/GVoTwQCiLBQ/s72-c/eco-sufficiency.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-8119079675938331414</id><published>2009-12-22T03:36:00.000-08:00</published><updated>2009-12-22T21:46:45.743-08:00</updated><title type='text'>อินเตอร์เน็ต &amp; ส้มตำ ใครเจ๋ง.</title><content type='html'>&lt;span style="font-family: Times, &amp;quot;Times New Roman&amp;quot;, serif; font-size: small;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="font-family: Times, &amp;quot;Times New Roman&amp;quot;, serif;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SzCvKnFkMRI/AAAAAAAAAFM/-esiLrgiiRI/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3.JPG" imageanchor="1" style="clear: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" src="http://1.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SzCvKnFkMRI/AAAAAAAAAFM/-esiLrgiiRI/s320/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3.JPG" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;วันนี้ต้องขออนุณาตคุยเรื่องของตัวเองสักวันครับ ผมเองจริงแล้วทำงานอยู่ที่บ้านครับก็ เปิดร้านบริการอินเตอร์เน็ตเล็กๆห่างจากโรงเรียนราวกิโลเมตรเศษๆ หลังจากลาออกจากงานประจำมาหลายปีครับ รายได้ก็พอเลี้ยงตัวเองและลูกเล็กๆ และเมียอีกคนก็พอเดือนชนเดือนครับ ไม่ได้อยู่ตามกฏเกนณ์มากมาย ต่อครับที่ข้างร้านอินเตอร์เน็ตผมก็เป็นริมทางหลวงเลขสี่หลักชานเมืองของ อ.บ.จ ก็รถก็ผ่านเยอะเหมือนกันครับ ทางน้องสาวก็เปิดขายส้มตำอยู่ มีตู้ใส่มะเขือเทศ มะนาว ถั่วฟักยาว โต๊ะ และเก้าอี้นั่งพักรอ ชุดหนึ่ง ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ก็ถามแฟนว่าวันๆขายเป็นไงบ้าง แฟนก็บอก พอได้วันเห็นน้องขายราวสัก 20-25 ถุงประมาณนี้ ส่วนใหญ่ซื้อไปกินที่บ้านกัน ผมก็ถามต่อขายถุงเท่าไหร่ แฟนก็บอกก็ 20 บาททุกถุง &amp;nbsp; โอ..วันเป็น&amp;nbsp; 400-500 บาทเชียว หักต้นทุนก็เหลือพอดีอยู่ครับ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ใช้ครกครับท่าน&amp;nbsp; ผมเปิดร้านร้านอินเตอร์เน็ตใช้ไฟฟ้า วันๆยังไม่ได้เลยครับ 400 บาทรวมปริ้นงานเสร็จ&amp;nbsp; คอมๆ 12 ตัว 15 บาท = 75 min สู้ส้มตำไม่ได้ครับท่าน&amp;nbsp; เป็นอันว่าหน้าบ้านตรงนี้แค่ส้มตำทำเงินไหลเข้า 400-500 บาท ค่าเช่าไม่ต้องเสียครับ&amp;nbsp; ถ้าเปิดขายอื่นๆแจมอีกคงได้มากกว่าอีกแน่ครับ.&amp;nbsp; ก็ขอแนะนำแม่บ้าน หรือพ่อบ้านครับถ้าว่างๆไม่รู้ทำอะไรท่านก็ทำได้นะครับ ร้านส้มตำเล็กๆหน้าบ้านก็เตรียมของไม่ยากครับ ขอให้ตำอร่อย ใช้วัตถุสะอาดถูกหลักอนามัย ไม่ว่าตำไทยตำลาว แซบอีหลี่ทั้งนั้นครับคนชอบทุกหัวระแหง( ก็ทำน้ำซุปสักหน่อยครับก็จะมีมะขามเปียก+น้ำ+น้ำตาล+ชุปไก่ ต้มรวมกันคล้ายน้ำยำจะออกเปรี้ยว+หวานมะมาณนี้ครับต้องทำแล้วชิมดู &amp;nbsp;หรือจะลองหาสูตรดีเจ๋งๆก็ดีครับ.) ปลาร้าตอนนี้ก็ สำเร็จรูปครับ พาสเจอร์ไรค์ใส่ขวดอย่างดีครับขอบอก&amp;nbsp; ส่วนปูก็ต้มฆ่าเชื้อสักหน่อย กุ้งก็คุณภาพสักหน่อยครับ อย่าใช้กุ้งแดงใส่สี คุณภาพไม่ดี แถมยังทำให้ส้มตำเพี้ยนอีกต่างหากครับ ใช้กุ้งดีๆไปเลย เพราะมันมีผลต่อส้มตำครับ มะละกอต้องสดขูดพอใช้ มะนาวก็แท้อย่าใช้มะนาวขวด อยากได้สี ส้มตำสวยๆน่ากิน&amp;nbsp; ก็ใช้ แครอท &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ขูดผสม&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ไปนิดหนึ่งครับ สีสวยน่ากินถูกหลักอนามัย ส่วนอื่นๆก็ใส่ใจหน่อยครับ มันเป็นผลต่อการกลับมาแวะซื้อไปกินอีกครั้ง&amp;nbsp; และต่อๆไป ขอเราซื่อสัตย์ต่อเองและลูกค้าครับ ลูกค้ากินเรากิน ต้องมาตราฐานสะอาดเดียวกันครับ ขอท่านอย่าท้อกับภาวะการ ไม่พออยู่พอกินครับ ขยันเข้าไว้ ทำดีต่อตัวเองและครอบครัว แล้วเราจะได้ดังหวังอย่างที่ตั้งใจครับ ใกล้ขึ้นปีใหม่&amp;nbsp; 2553&amp;nbsp; แล้วก็อวยพรท่านได้ทุกสิ่งหวัง ปรอดภัยไร้ซึ่งอุปสรรค์ทั้งปวง มีเงินพอกับการอยากได้ทุกอย่างในชีวิต มีความสุขตลอดชั่วโมงและตลอดชีวิตครับ สวัสดีปีใหม่ครับ. &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;Happy New Year&amp;nbsp; 2010.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-8119079675938331414?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/8119079675938331414'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/8119079675938331414'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/12/blog-post.html' title='อินเตอร์เน็ต &amp; ส้มตำ ใครเจ๋ง.'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SzCvKnFkMRI/AAAAAAAAAFM/-esiLrgiiRI/s72-c/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B3.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-4627147280119119453</id><published>2009-11-14T20:00:00.000-08:00</published><updated>2009-12-10T02:26:29.082-08:00</updated><title type='text'>เปลี่ยนหน้าบ้านให้คึกคัก</title><content type='html'>ปัจจุบันหากเราต้องทำงานนอกบ้านสิ่งที่ทุกคนไม่ได้ใส่ใจมากนักคือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปที่ทำงาน บวกลบคูณหาร แล้วเดือนหนึ่ง ก็ปาเข้าไปมากอยู่  วันนี้ผมจะมาคุยเรื่องกับคุณที่ชอบอยู่กับบ้านแล้วมันมาทำอะไรแก้เบื่อและได้ตังค์กันดีกว่า  เรามาแปลงสภาพหน้าบ้านเราให้เป็น ร้านค้าที่ทำเงินขึ้นมา โดยที่ไม่มีค่าเช่าที่ต้องเสียรายเดือนครับ  ด้วยการจัดให้เป็นมุมหรือที่วางขายของเล็กๆกันผมมีตัวอย่างครับ ตรงที่เห็นนี้จะเริ่มการขายของหน้าบ้านที่รถวิ่งผ่านไปผ่านมา( จะว่าไปคือสร้างกับดักเงินครับ)แล้วมีคนเหลียวมองแวะเวียนมาใช้บริการ ก็พื้นๆครับขายที่คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง จะซื้อกินที่ร้านเลยหรือหิ้วกลับบ้านก็ได้ ที่นี้เขาเริ่มที่ส้มตำก่อนครับมีโต๊ะให้นั่งสักชุดหรือสองชุดก็พอดีครับ  แต่จุดที่หน้าสนใจคือ ตัวที่่พ่วงจากส้มตำครับว่ามีอะไรมาเกี่ยวข้องบ้าง จากส้มตำ-ก็ตามมาด้วยประเภทน้ำครับ แก้เผ็ด ชาเย็น น้ำปั่นหลากรส กาแฟร้อน-เย็น-ชานม-น้ำแข็งใส-ขนมปังปิ้ง และตรงนี้เขาขายเสือผ้าด้วยครับจะมือสองหรือใหม่ก็ได้ครับ มันทำเงินได้ทั้งนั้นเลยครับ วันหนึ่งก็หลายร้อยบาทครับ สำคัญคือคุณต้องทำการบ้านหน่อยครับ ต้องทำส้มตำที่อร่อยครับและสินค้าที่จะขายตัวอื่นด้วย ต้องทำการเทสสักหน่อยครับ มาครั้งแรกแล้วครั้งต่อไปนึกยากกินขึ้นมาจะมาที่นี้แน่นอน ไปกินที่อื่นแล้วอาจสู้ที่นี้ไม่ได้ ประมาณนี้.... อะไรก็แล้วแต่ครับถ้าความเหมือนที่แตกต่างมันเกิดจะมีข้อเปรียบเทียบตลอด โดยเฉพาะนักกินจะหลอกเขาไม่ได้ครับ  เขากินทุกวันเขารู้  และก็ทำอย่างพอดี หรือ(&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt; พอเพียง &lt;/a&gt;)ครับอย่าเกินมาตรฐานครับขายอะไรก็แค่พอดี  ทำให้สะอาดน่ากินและอร่อย ทุกอย่างมันไม่ยากครับ  สำหรับมนุษย์ ทำไม่ยาก สิ่งที่ยากคือ "การตัดสินใจ" ที่ทำครับ ยากที่สุด  ความกลัว ความกังวน ต่างๆมันเป็นนิสัยพื้นฐานของมนุษย์  แต่สำหรับผม ความกลัวไม่มีในโลก จะมีก็แต่พฤติขลาดกลัวแค่นั้นครับที่พอจะเห็นตัวตนของมันได้...หวัดดีครับ.&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;eco-sufficiency.&lt;/a&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--google_ad_client = "pub-5461219371935420";google_ad_host = "pub-1556223355139109";/* 250x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 8/30/09 */google_ad_slot = "2977221958";google_ad_width = 250;google_ad_height = 250;//--&gt;&lt;/script&gt;&lt;br /&gt;&lt;script src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"&gt;&lt;/script&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-4627147280119119453?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/4627147280119119453'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/4627147280119119453'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/11/blog-post_14.html' title='เปลี่ยนหน้าบ้านให้คึกคัก'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-3053707687546641329</id><published>2009-11-11T03:51:00.000-08:00</published><updated>2009-11-14T20:48:51.385-08:00</updated><title type='text'>เครื่องจักรที่ทรงประสิทธิภาพ.</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SvqmQtLSwlI/AAAAAAAAADs/6hsh8wz1lVk/s1600-h/P1080247.JPG"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SvqmQtLSwlI/AAAAAAAAADs/6hsh8wz1lVk/s320/P1080247.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5402813508919411282" /&gt;&lt;/a&gt;กลุ่มผู้ขาย( เครื่องจักร “ มุมมองของผู้เขียน”)ที่ทรงประสิทธิภาพในการกระจาย สินค้าตรงถึงหัวบันใดบ้านทุกชุมชน  ยังผลพวงของธุรกิจชุมชนระดับรากหญ้าและมีเงินหมุนมากทีสุดในแต่ละวัน รวมถึงสินค้าที่เสียงต่อการเน่าเสียตรงถึงผู้ซื้อเร็วที่สุด สดที่สุดและขายไวที่สุด  ปีๆหนึ่งหากมีการวิจัยอาจมีตัวเลขทะลุหลักหลายหมื่นล้านบาททีเดียว ผลพวงของการซื้อขายระดับนี้ทำให้ผู้ผลิตขนาดเล็กๆ ที่พอจะมีหน่อสัก 4-5  หน่อ มีผัก 5-6  กำ( มัด) มีขนมที่ทำกินพอเหลือที่จะขายได้ สัก 6-7  ถุงหรือของอีกร้อยแปด  ก็จะสามารถมารวมกันในตะกร้าผู้รับสินค้าไปขายกระจายสู่ชุมชนเป้าหมาย คือผู้ซื้อตามบ้านเรือน (ที่ยุคนี้น้ำมันแพงจะออกบ้านไปตลาดก็ต้องจ่ายเพิ่มค่าเดินทางอีก)  ดังเราจะเห็นว่าบ้างก็มีสินค้าแขวนขายเต็มรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง  บ้างก็มีสินค้าไม่มากพอขายแต่ละวันขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ที่จะเอาไปขาย  (ผู้เขียน.. อยากจะเห็นทางหน่วยงานภาคการเงินเล็งเห็น เครื่องจักรทรงประสิทธิภาพนี้  โดยให้พวกเขามีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยที่ไม่ต้องมาติดบ่วงการก็ยืมเงินนอกระบบที่มีปัญหา  )&lt;br /&gt;“ห่วงโซ่”ผมมีความเชื่ออยู่อย่างคือถ้าการหมุนทุกสิ่งอย่างเป็นห่วงโซ่หรือวงจรที่สัมพันธ์กันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยังประโยชน์เหมือนกันมากน้อยตามขึ้นอยู่แต่ละส่วน ที่สัมพันธ์   เราท่านคงอยากเห็นบ้านเราเมืองเรายู่ดีกินดี “&lt;a target="_blank"href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"&gt;พอเพียง&lt;/a&gt;”กันทั่วหน้าอยู่แล้ว และมันคือความสุข....&lt;br /&gt; “.. มาจากดิน และ คืนสู่ดิน.... เรา...ท่าน!ไม่วิเศษหรอก” &lt;br /&gt;&lt;a target="_blank" href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"&gt;Eco-sufficiency.&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-3053707687546641329?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/3053707687546641329'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/3053707687546641329'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/11/blog-post.html' title='เครื่องจักรที่ทรงประสิทธิภาพ.'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SvqmQtLSwlI/AAAAAAAAADs/6hsh8wz1lVk/s72-c/P1080247.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-1574409750922210841</id><published>2009-09-30T01:32:00.000-07:00</published><updated>2009-11-20T06:49:52.142-08:00</updated><title type='text'>ตลาดเคลื่อนที่ ( Market Share Distribution )</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/Swasecni2kI/AAAAAAAAAE8/PZk4ozmLMkE/s1600/P1080244.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/Swasecni2kI/AAAAAAAAAE8/PZk4ozmLMkE/s320/P1080244.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5406198041782966850" /&gt;&lt;/a&gt;บทความนี้จะพักเรื่องของยายรัตน์ สักพักก่อน จะนำบทความอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก ผมดูมีทุกที่ทุกชุมชนจะมีพวกเขาคอยบริการให้จับจ่ายซื้อกันถึง หัวบันไดบ้านเลยที่เดียวครับ บทความนี้จะเอาตัวอย่างที่ใกล้ตัวผมก็แล้วกันครับ ก่อนจะเข้าเรื่องจะเล่าที่มาของต้นแบบก่อนครับ เมื่อครั้ง ผมยังละอ่อนอยู่ก็ราว30กว่าปีได้ครับ จุดเริ่มเกิดจาก ชายคนหนึ่งบ้านพี่เขาห่างจากบ้านผมไปราว4-5หมู่บ้าน สมัยนั้นมอเตอร์ยังน้อยครับ รถยนต์ยิ่งแล้วใหญ่ไม่ค่อยมีน้ำมันลิตรละ3บาทเอง  วันหนึ่งผมเล่นอยู่หน้าก็ได้ยินเสียงแปลกมาแต่ไกลเป็นจังหวะดี เสียงดังประมาณนี้ “ แป๋ม..แป๋ม“ มาแต่ไกลและก็ใกล้เขามาเรื่อย“ แป๋ม..แป๋ม“ ผมก็ตั้งตาคอยดูมันเสียงอะไร พอมาถึงที่พอเห็นตัวแล้วก็พบ ชายคนหนึ่งขับรถมอเตอร์ไซค์มีล้อพ่วงมัดติดท้ายรถ และข้างในท้ายรถมีของขายเต็มไปหมดมีเกือบทุกอย่างเหมือนที่ตลาดสดมีครับ ผมก็เห็นแกทุกวันตั้งแต่นั้นมาพร้อมได้ยินสัญญาณ“ แป๋ม..แป๋ม“ เป็นยุคแรกๆเลยก็ว่าได้ แกทำอยู่หลายปีก็ไม่เห็นมีใคร ก๊อปปี้วิธีการขายของแก เช้าก็มารับซื้อของที่ตลาดรวบรวมพอดี แล้วก็ขับรถช้าๆห่างจากตลาดพอประมาณก็บี สัญญาณ“ แป๋ม..แป๋ม“  ร้านขายของรถจักรยาน มอเตอร์ไซค์ ทีวี ตู้เย็นสมัยนั้นยังไม่มีการขายเงินผ่อนด้วยซ้ำครับ เดลิเวอรรี่ไม่มีใครเคยได้ยินคำนี้แน่นอน  ผ่านมาหลายปีถึงมีการขายเงินผ่อนกันและเริ่มมีร้านค้าใหญ่นำพวกเชลล์แมนมาขายของตามบ้านเอา แคตตาล๊อก มาดูและเสนอขายกัน นี้ครับคือที่มาของการขายของ“ แป๋ม..แป๋ม“ทีมีไอ้ตัวบีบลมให้สัญญาณว่ามีของมาขายถึงหัวบันไดบ้านครับ  แหล่งที่มาของการรวมสินค้าก็คือตลาด ทุกสิ่งอย่างจะรวมอยู่ที่นั่นใครมีอะไรจะขายก็เอาไป แต่จะขายอย่างให้ขายดีและหมดไวต้องมาว่ากันที่การขายและการกระจายสู่ผู้ซื้อละครับ มันก็เลยมีวิธีการขายกระจายแบบที่ว่านี้เพิ่มมากขึ้น จะเป็นแบบแห้งแบบสด หรือสำเร็จรูปอย่างไร เราจะตามไปดูกัน  ทุกๆเช้าผมจะเห็นแม่ค้าเอารถมอเตอร์ไซค์ ที่มีพ่วงข้างๆ และ มีตะกร้าใบใหญ่ติดท้ายรถติดถังแช่บรรจุน้ำแข็งมารับเอาของไปขายเพื่อขายในรอบสายจนถึงเย็น  บ้างก็ มารับของสายๆ ซึ่งเป็นรอบการขายอีกรอบคือมารับแล้วกระจายการขายในช่วงบ่ายๆถึงเย็นค่ำๆครับ ในตะกร้าใบใหญ่หรือในที่ล้อพ่วงข้างรถมีอะไรมากมายเยอะแยะหมดครับ อาหารการกินทั้งนั้นวางสับสนปนกันไปและก็มีถังแช่ที่มีขายจำพวกของสดเป็นเนื้อ ไก่-หมู-ปลา-ของทะเลสด-ลูกชิ้น-ไส้กรอก-ยาคู-เห็ดเข็มทอง-ผักบางชนิดที่ต้องการความเย็นบ้างนม กาแฟเย็น อะไรที่ไม่ทนอุณหภูมิร้อนครับต้องแช่ไว้เดี๋ยวไปถึงที่ลูกค้าจะซื้อจะได้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นเพราะยังคงความสดไว้ได้มากพอสมควร ส่วนผักบางชนิดที่อยู่ปกติได้ก็แพ็คถุงแขวนไว้ ของสด ผลไม้และของแห้งบางอย่างที่ไม่ต้องแช่ก็แขวนไว้ ทั้งของทะเล หรือน้ำจืด จากภูเขาบ้างขนมารวมในรถคันที่นี้หมดครับ ไม่เป็นระเบียบครับแต่ก็แฝงด้วยศิลปะครับให้มันลานตาพลิกเลือกไปตามใจชอบ  ขนม อีกมากมายกายกอง  ผมเชื่อว่าเราท่านคงเป็นลูกค้าท่านเหล่านั้นกันอยู่นะครับ โอกาสหน้าเราจะมาเจาะลึกพร้อมนำภาพวีถีชีวิต ของท่านเหล่านั้นมาให้ทราบกันแบบสังเขปต่อไปครับ&lt;br /&gt;Eco.11&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-1574409750922210841?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/1574409750922210841'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/1574409750922210841'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/30-4-5-3.html' title='ตลาดเคลื่อนที่ ( Market Share Distribution )'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/Swasecni2kI/AAAAAAAAAE8/PZk4ozmLMkE/s72-c/P1080244.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-3107518460792667428</id><published>2009-09-24T06:08:00.000-07:00</published><updated>2009-09-29T20:00:11.183-07:00</updated><title type='text'>หน่อไม้ ( Seedling Trees  )</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrtvgWlu_ZI/AAAAAAAAADc/3C2gGXIXmYc/s1600-h/eco+sufficiency-22.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 200px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrtvgWlu_ZI/AAAAAAAAADc/3C2gGXIXmYc/s320/eco+sufficiency-22.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5385020381061905810" /&gt;&lt;/a&gt;วันที่ผ่านมาผมได้แวะไปที่แปลงผักยายรัตน์เห็นต้นไผ่กินหน่อปลูกอยู่ดูก็ ราว 10 ต้นอยู่แปลงท่านบอกพึ่งปลูกซื้อต้นกล้ามาต้นละ 50 บาทเอาเงินจากที่รัฐให้เป็นค่าครองชีพผู้สูงอายุไปซื้อมา หมดไป 500 บาท ท่านบอกว่าปลูกไปได้ไม่ถึง 2 เดือนหน่อขึ้นมาเต็มเลยท่านบอกยังไม่ตัดกิน จะเอาทำพันธุ์ก่อน ตอนนี้หน้าฝนหาหน่อกินง่ายเพาะพันธุ์ปลูกเพิ่มตรงขอบๆรั่วเอาไว้ตัดหน่อช่วงหน้าแล้ง สวนเราติดน้ำให้น้ำ จะมีหน่อมากในช่วงหน้าแล้ง  และหน่อในธรรมชาติจะไม่มีตอนนั้นตัดกินอร่อยมากกว่า และ ถ้ามีหน่อมากเหลือกินก็ตัดขาย ได้ราคาดีด้วยและที่สำคัญดูแลดีๆ ตัดกินยาวนานหลายปีที่เดียว เห็นไหมละครับ ทำอะไรแล้วถ้ามันยาวนานและผู้บริโภคนิยมกันมันดีสุดๆเลย อย่าบอกนะว่าคุณไม่เคยกินหน่อไม้ คิดดูถ้าตัดมาสดแล้วเอาทำปรุงอาหารมัน จะรสชาตดี จะหวานแค่ไหนครับ  พูดแล้วต้องตำน้ำพริก กะปิรอเลยนะครับ เนี่ย  ต้นไผ่พันธุ์อะไรผมไม่ทราบขอมูลเลยเหมือนกันครับ ต้นไม่สูงมากไม่มีหนามลำต้นไม่ใหญ่ราวเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วโดยประมาณครับให้ผลผลิตสูงมากครับ ให้น้ำให้ปุ๋ยดีไม่เลือกเวลาออกหน่อครับ ออกตลอด ตอนหน้าแล้งผมเห็นคนที่เขาปลูกแล้วต้มมาขายที่ตลาด กำละ 15-20 บาทเลยครับ มีกำสักประมาณ 5-6 หน่อครับถ้าต้นใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วเห็นมัดมี 4 ต้นเองครับ 15 บาทก็ตกราวต้นละ 3 บาทกว่าๆเลยไม่ธรรมดานะครับ ไอ้เรื่องโรคไม่เห็นมาทำให้เป็นปัญหาครับ  ปรอดสาร 100 เปอร์เซ็นต์ครับ น่าสนใจนะครับ และที่สำคัญอีกอย่างบ้าน ร่มเรื่อยดีครับ สนใจลองหาข้อมูลเพิ่มนะครับ สำหรับไผ่หม๋าจู ไม่แนะนำสำหรับพื้นที่น้อยครับ  และลำต้นมันมีอะไรที่ทำให้คัน ด้วยครับถึงแม้หน่อจะหวานอร่อย แต่ปลูก กินเนื้อที่มากทรงพุ่มกว้างมาก  แต่ไผ่ที่ผมพูดถึงปลูกเมตร x เมตรนี่พอดีเลยครับ แล้วเจอกันในบทความใหม่นะครับ&lt;br /&gt;Eco.10&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-3107518460792667428?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/3107518460792667428'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/3107518460792667428'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/seedling-trees.html' title='หน่อไม้ ( Seedling Trees  )'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrtvgWlu_ZI/AAAAAAAAADc/3C2gGXIXmYc/s72-c/eco+sufficiency-22.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-203219414957528886</id><published>2009-09-23T22:46:00.000-07:00</published><updated>2009-12-10T02:30:11.533-08:00</updated><title type='text'>เรื่องเล่าคราวนั้น ( The story )</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrsJwy4BMaI/AAAAAAAAADM/IhBOcSEvVck/s1600-h/eco+sufficiency-6.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrsJwy4BMaI/AAAAAAAAADM/IhBOcSEvVck/s320/eco+sufficiency-6.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5384908513346662818" /&gt;&lt;/a&gt;บทความนี้จะขอขั้นสักบทครับ  เป็นเรื่องเล่าของยายรัตน์ครั้นเคยว่างๆ อยู่เปล่าท่านไม่ทำอะไรตลอดสองเดือน ท่านเล่าให้ผมฟังกับเงิน 6,000 บาทครั้นที่ลูกชายส่งมาให้ตอนที่ลูกชายท่านไปทำงานต่างหวัดไว้ใช้ท่านเล่าให้ฟัง เงินหกพัน ใช้จ่ายเกือบไม่ครบ 60 วันเงินนั้นก็หมดลง  ใช้ ครับ.. ! เงินมันต้องจ่ายใช้สอยจิปาถะในชีวิตประจำวันมากมาย  ถ้าเราไม่หามาเพิ่มเติมแน่นอนครับมันก็หมดถุงสักวันอย่างแน่นอน ยายรัตน์ตอนนั้นก็ไม่ต่างกันครับ เราท่านอาจเป็นอะไรที่คล้ายกัน บางคนก็หาได้วันละหลายร้อยบาทต่อวันแต่ไม่มีเงินเก็บเลยก็มี สำหรับผมแนะนำให้ทำบัญชีครัวเรือนเถอะครับไม่ต้องกลัวว่าตัวเลขที่ออกมาแต่ละเดือน รายรับ-รายจ่าย แต่ละวัน สิ้นเดือนก็มารวบรวมทบทวนตัวเองครับ  มันจะสะท้อนถึงความเป็นท่านที่มีวินัยทางการจับจ่ายแค่ไหน เท่านั้นยังไม่พอครับ จะทำให้ท่านบรรลุอะไรหลายอย่าง  เมื่อท่านเห็นตัวเลขมันจะช่วยให้ท่านบริหารเงินอย่างฉลาดล้ำลึกเลยครับ  ไม่เชื่อลองทำดูครับ ย้ายมาที่ยายรัตน์ต่อ เมื่อยายรัตน์ได้ลองทำได้หยิบคู่มือบัญชีครัวเรือนมาทำดูก็เห็นประโยชน์มากก็ทำมาตลอดควบคู่กับการหันมาทำสวนผสมผสาน  จากที่ดินแปลงเล็กๆที่หลังบ้าน  ท่านเล่าว่าครั้นตอนไม่ทำสวนตอนนั้นสุขภาพ ไม่ค่อยจะดีเลย ไม่ได้ค่อยออกแรงอีกอย่างก็เครียดอยู่เปล่าๆและก็คิดถึงลูกชายด้วยพอหันมาทำสวนผสมผสาน สุขภาพดีขั้นไม่ค่อยป่วยและเงินก็มีใช้ตลอดไม่พร่องเลย  เงินเดิม ได้จากการเก็บผลลำไยปีนี้ยังอยู่ครบเต็มจำนวนแถมมีเงินเพิ่มจากการปลูกผักอีก  และก็กินผักที่ปลูกเองด้วยรู้ว่าปรอดภัยจากสารพิษ เคมีต่างๆ   ท่านยังเล่าบอกว่าถ้าเราจะทำอะไรแล้วถ้าเราตั้งใจมันก็ดีทุกอย่างไม่จำเป็นต้องสวนผัก เพียงแต่ว่าเราจะทำอะไรก็ค่อยๆทำไปบางคนไม่มีสวนก็ทำอะไรที่พอเลี้ยงตัวเองได้  บ้างคนที่อาจมีแค่หน้าบ้านแคบๆแต่ถ้ามองโอกาสก็ทำเป็นร้านขนมเล็กๆขายก็ได้  ต้นทุนไม่มากและคนอื่น ไม่ทำกันมากนัก แต่ต้องเป็นของกินนะเพราะคนกินทุกวัน  คนที่ซื้อบริโภคมีอยู่แล้วจะทำให้เกิดจุดแข็งให้กับสินค้าตัวเอง ที่จะขายเป็นที่นิยมนั้นก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและเอาใจใส่ต่อสินตัวเองแค่ไหน   สรุปคือต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง  เพราะมันคือมาตรฐานของสินค้าที่ส่งถึงผู้กินต้องทำให้สุดๆความตั้งใจยิ่งดี  คิดดูขนมห่อใบตองตอนนี้ก็ลูกไม่ต่ำกว่า 5 บาทแล้ว  เราทำอร่อยสวยๆ น่ากินสดใหม่ สมเหตุสมผลเรื่องปริมาณ ไม่เอาเปรียบลูกค้าขายมาก กำไรน้อยอยู่นานครับ  ขายดีแค่ไหน ก็อย่าโลภมากให้มันพอดีถ้าเหลือเอามาขายต่ออาจไม่ดี  มันอาจทำลายเราโดยอ้อมเพราะลูกค้าที่กินเราประจำ จะอันตะทานหายหน้าไป เป็นเหตุให้เกิดคู่แข่งมาแข่งได้ เหมือนเพลง “เจ๊ไม่ยอมเปลี่ยนแกง” ของใหม่ปนเก่า ของเก่าปนใหม่  วันนี้อร่อย พออีกวันไม่ได้เรื่อง หามาตรฐานไม่ได้ก็ไม่แนะนำทำ  เปิดร้านแรกเต็มที่สุดๆ  พอลูกค้าประจำเยอะมักเพี้ยนตลอด  ทำอะไรจดบันทึกช่วยจำมันช่วยได้เยอะนะครับ ขอบอก  สรุปว่าตอนนี้ บ้านเรา ไม่ค่อยดีเรื่องหาเงินหาทองพยายามรักษามาตรฐานกันนะครับ และ ก็พอเพียงไปตามรอย พ่อหลวงเรานะครับ มันดีสำหรับเรา ครอบครัวและคนในชาติครับ.&lt;br /&gt;Eco.9&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=somtumplara&amp;month=01-2008&amp;date=25&amp;group=1&amp;gblog=9" target="_blank"&gt;แกงผักปัง&lt;/a&gt;&lt;script type="text/javascript"&gt;&lt;!--google_ad_client = "pub-5461219371935420";/* 200x200, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 7/9/09 */google_ad_slot = "6396309132";google_ad_width = 200;google_ad_height = 200;//--&gt;&lt;/script&gt;&lt;br /&gt;&lt;script type="text/javascript"src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"&gt;&lt;/script&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-203219414957528886?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/203219414957528886'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/203219414957528886'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/story.html' title='เรื่องเล่าคราวนั้น ( The story )'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrsJwy4BMaI/AAAAAAAAADM/IhBOcSEvVck/s72-c/eco+sufficiency-6.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-856245569184514103</id><published>2009-09-22T03:16:00.000-07:00</published><updated>2009-09-29T20:05:10.936-07:00</updated><title type='text'>สุดยอดผัก (Top vegetables )</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrikuEbQCdI/AAAAAAAAAC0/cNE3b4UxJHg/s1600-h/eco+sufficiency-5.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrikuEbQCdI/AAAAAAAAAC0/cNE3b4UxJHg/s320/eco+sufficiency-5.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5384234465890404818" /&gt;&lt;/a&gt;ผมได้นำภาพมาฝาก ขั้นใน หลายบทความแล้วครับ วันนี้ก็จะมาคุยเรื่องผักที่บอกในบทความที่แล้ว หลังจากพืชผักที่ทำก่อนหน้าให้ผลผลิตพอกินแบ่งบ้านข้างเคียงแล้ว พอจะเก็บไปขายบ้างนิดหน่อย ตอนนี้ที่ดินอีก 150 ตะรางวาที่เหลือเราจะเอามาปลูกผักที่ให้ผลผลิตสูง ตลาดต้องการพอสมควรครับ จุดแข็งผักตัวนี้คือปลอดสารพิษครับแมลงไม่ชอบกิน มันมียางนิดๆเป็นยางเลื่อยๆครับแต่กินอร่อย และให้ผลผลผลิตยาวนานมากๆ จากเด็ดกินยอด พอดอกกินดอกต่อ พอแก่เก็บทำพันธ์อีกที่ครับ ผักที่ว่าคือ &lt;a href="http://www.walai.msu.ac.th/cdb/question.asp?QID=335"target="_blank"&gt;ผักปัง&lt;/a&gt; ครับ เอาละครับเรามาเริ่มปลูกลงแปลงกันเลย ที่ดิน 150 ตะรางวาเราก็มาแบ่งเป็น 3 แปลงๆละ 50 ตะรางวาพอครับแต่ถ้าดีแบ่งสี่ส่วนจะดีกว่าครับเพราะเวลาให้ผลผลิตเต็มที่จะเก็บไม่ทันครับ  แปลงแรกก็ปลูกได้สองวิธีครับจะเตรียมกล้าโดยการเพาะเป็นต้นกล้าแล้วย้ายมาลงแปลงก็ได้ครับ วิธีที่สองก็เตรียมแปลงแล้วลงเมล็ดเลยครับ ฟุต x ฟุต 30 ชม x 30 ชม ครับ ปลูก 50 ตะรางวาครับ พอได้ราว 25-30 วันก็ลงแปลงที่สองต่อครับ เราต้อง จัดสันพื้นที่ให้เกิดวงจรครับการหมุนวนให้ครบ เพื่อที่ว่าเวลาให้ผลผลิตเพื่อขายจะได้ต่อเนื่องและจะได้เก็บได้พอดีต่อวันครับถ้าเราปลูกที่เดียว 150 ตะรางวาผมเชื่อคุณเก็บไม่ทันแน่ครับและผักปังตัวนี้ต้องเด็ดยอดตลอดยิ่งเด็ดผลผลิตยิ่งมาก มันจะแตกยอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับเราเด็ดต้องทิ้งข้อไว้ อยากให้ยอดหนาก็เด็ดต่ำหน่อยครับการปลูกให้โตไวก็ง่ายแสนง่ายครับ มันเป็นผักที่อวบน้ำครับไม่ก็ให้น้ำให้ปุ๋ยสังเกตเอาครับอย่าให้มันแห้งมากครับ ถ้าปล่อยมันดินแห้งมากใบมันไม่สวยครับ ส่วนปุ๋ยแนะนำใส่น้อยๆใช้ปุ๋ยเคมี ยูเรีย ค่อยๆใส่ ไม่แนะนำปุ๋ยคอกครับขอเว้นตัวหนึ่งครับชีวภาพได้ครับ แต่ก็เสี่ยงต่อโรคใบจุด สีม่วง ถ้าติดมันอาจใช้ยาเคมีต้องระวัง มันจะไม่ปรอดสารเอา สรุปไม่ใช้ปุ๋ยคอก ชีวภาพใช้ได้ครับแต่ต้องะวังนิดหนึ่งครับ ก็อย่างที่แนะนำครับ ต้องจัดวงจร ให้พอดีเพื่อง่ายต่อการบริหารการเก็บเกี่ยว ไม่ต้องห่วงตลาดครับราคาไม่มีตก ส่วนการขายส่งตลาดหลังจากให้ผลผลิตแล้วบทความต่อไปจะมาบอกกันอีกทีครับ ส่วนพันธุ์จะหายากสักหน่อครับ พันธ์ของยายรัตน์มีครับ  แต่ในพื้นที่ท่านไม่ขายให้ครับแต่นอกพื้นที่ไม่แน่ใจครับ ลองถามมาแล้วครับ จริงแล้วถ้าเจอต้นที่ออกตามธรรมชาติก็จองต้นให้มันแก่ตัวมันจะออกดอกเองครับเราก็เก็บเมล็ดที่แก่ๆ มันจะออกเป็นสีม่วงๆ ก็เอามาตากให้แห้งก่อนครับ แล้วค่อยนำมาเพาะใจเย็นๆครับค่อยๆขยายเป็นพันธุ์ขึ้นมาก่อนให้มันมากขึ้นเรื่อยๆ จนมากพอที่จะสำรองพันธุ์ จนสามารถนำมาปลูกจนครบวงจรการปลูกได้ครับซึ่งยายรัตน์ก็ทำแบบนี้ครับ  ผมแนะนำครับถ้าเจอต้นมันในธรรมชาติก็เด็ดยอด มันด้วยครับจะได้มียอดให้เกิดดอกเพิ่มดอกมาก เมล็ดพันธุ์ ก็มากตามครับ ส่วนเมนูทำกินวันหน้าจะนำมาฝากครับ แค่ก่อนครับ &lt;br /&gt;Eco.8&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sleeping-beauty&amp;amp;month=08-2006&amp;amp;date=14&amp;amp;group=1&amp;amp;gblog=6" target="_blank"&gt;แกงผักปัง&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-856245569184514103?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/856245569184514103'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/856245569184514103'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/top-vegetables.html' title='สุดยอดผัก (Top vegetables )'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrikuEbQCdI/AAAAAAAAAC0/cNE3b4UxJHg/s72-c/eco+sufficiency-5.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-323966300088384873</id><published>2009-09-07T21:16:00.000-07:00</published><updated>2009-09-29T19:54:49.772-07:00</updated><title type='text'>เครื่องมือและวิธีการเอาใจใส่ ( Tools and methods of  Care  )</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrcMYhLLHhI/AAAAAAAAAAs/HMb_oYlUICE/s1600-h/eco+sufficiency-21.JPG"&gt;&lt;img style="margin: 0pt 10px 10px 0pt; float: left; cursor: pointer; width: 320px; height: 240px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrcMYhLLHhI/AAAAAAAAAAs/HMb_oYlUICE/s320/eco+sufficiency-21.JPG" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5383785494906347026" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;เครื่องมือใช้สำหรับทำก็มี จอบ - คลาส&lt;br /&gt;ว่านพืชต้องหวังผล แน่นอนครับเมือทำสิ่งใดแล้วจะ ทิ้งๆ ขว้างๆไม่ได้ครับต้องเอาใจใส่มันพืชผักก็เหมือนกันครับ ยิ่งใกล้ชิดมันๆยิ่ง เจริญงอกงามดีผมไปหายายรัตน์เมื่อไหร่ก็เห็นยายรัตน์คอยดูแลรดน้ำให้ปุ๋ยมันๆก็งอกงาม พร้อมที่จะตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยที่เฝ้าดูแลให้น้ำมัน  ใช่ครับของทุกย่อมใช้เวลาพอสมควรที่จะให้ผลเต็มที่  และต่อเนื่องพอถึงเวลาที่วงจรของพืชทันกัน ผักตำลึงเก็บผลผลิตกินได้-ผักอื่นๆก็ตามมาที่ละอย่าง จนครบองค์ประกอบถึงตอนนี้แกงหนึ่งหม้อก็สมบูรณ์  เอาละครับยายรัตน์ใช้พื้นที่ในการปลูกผักต่างๆไปแค่ราว 150 ตะรางวา ที่ยัง เหลือพื้นที่ๆยังมีพืชทีเป็นเชิงเดียวกึ่งซ้อนอีกอย่างครับ แต่ยังก่อนครับเรามาถกเรื่องแกงหนึ่งหม้อกันก่อนครับ จะมีใครละครับกินแกงๆเลียง หรือที่แถบนี้เรียกแกงแค กันทุกวัน (โดยเฉพาะคนปลูก) มันก็มีผักหรือยอดผักเหลือ คนข้างบ้านมาขอก็ยังมียอดผักเหลื่ออยู่ แม้จะปลูกไม่กี่ต้น แต่หลายอย่างรวมกันอย่างละนิดอย่างละหน่อยแกงหนึ่งหม้อใช้ยอดผักนิดเดียว องค์ประกอบอื่นพ่วงเยอะมากๆ จริงนะครับอย่าประมาทผักมันโตเร็วจริง  ทุกวันนี้ผมเห็นยายรัตน์เอาผักไปขาย อาทิตย์ละ 3  วันที่ตลาดนัดเป็นผักที่มี่ทุกอย่างรวมกันทีละนิดละสำเร็จรูป หมายความว่าซื้อผักยายรัตน์ไป ไปซื้อเนื้อแล้วพริกเครื่องแกงสำเร็จรูปพร้อมปรุง  พอถึงบ้านล้างเนื้อคั่วกับพริกเลยส่วนพักยายรัตน์มันสำเร็จรูปลงตัวอย่างที่บอก ล้างสะเด็ดน้ำ ก็ใช้ได้เลย วันหลังจะเอาข้อมูล และเมนูนี้มาฝากกันอย่างละเอียดเล่าต่ออีกทีครับ  พอตรงนี้เริ่มมีผลผลิตต่อเนื่องแล้วเราก็ปลีกเวลามาทำ สะเต๊ปที่สองโดยการ ปลูกพืชอีกชนิดหนึ่งครับ  ที่ให้ผลตอบแทนสูง ดูแลง่ายไม่ค่อยมีแมลงรบกวน จะมีก็แต่ราจุดสีม่วงเท่านั้นครับส่วนต้นกำเนิดราจะว่าตอนหลังครับ  ยายรัตน์ได้เตรียมดินก่อนหน้านั้นแล้วครับช่วงดูแลผักที่ปลูกครั้งก่อนผลัดสลับกัน  มาตอนนี้ยายรัตน์ปลูกผักปรัง หรือ ผักปั๋ง ที่นี้เรียกกันครับ  ผักนี้ไม่แน่ว่ารู้จักกันทั่วหน้ากันหรือเปล่าครับ คนแถบกลางกรุงเรียกว่ากะไรผมไม่รู้เหมือนกันครับ  ปลูกง่าย มันโตง่ายเร็ว อวบน้ำและให้ผลผลิตยาวต่อเนื่องต้นทุนต่ำราคาดีราว 15-20 บาท ยายรัตน์บอกมางั้นครับวิธีปลูก การจัดวงจรการปลูกและจัดสรรพื้นที่ ตามต่อบทความอีกที่ครับเดี่ยวหน้านี้จะยาวไปครับ&lt;br /&gt;Eco.7&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf" target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;นิเวศพอเพียง.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-323966300088384873?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/323966300088384873'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/323966300088384873'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/tools-and-methods-of-care.html' title='เครื่องมือและวิธีการเอาใจใส่ ( Tools and methods of  Care  )'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrcMYhLLHhI/AAAAAAAAAAs/HMb_oYlUICE/s72-c/eco+sufficiency-21.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-2449904114001639897</id><published>2009-09-05T09:52:00.000-07:00</published><updated>2009-09-29T20:08:35.315-07:00</updated><title type='text'>จุดเด่น (Features.</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrcLr4xR2hI/AAAAAAAAAAk/cY5R7f3GAH0/s1600-h/eco+sufficiency-17.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrcLr4xR2hI/AAAAAAAAAAk/cY5R7f3GAH0/s320/eco+sufficiency-17.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5383784728146074130" /&gt;&lt;/a&gt;ก่อนที่ไปสู่พืชแนะนำในบทความที่แล้วผมจะมาถกจุดเด่นของของพืชผักแต่ละชนิดก่อนครับ ผักตำลึงจุดเด่นคือเมื่อให้ผลผลิตแล้วจะเก็บเกี่ยวที่ยอดสรุปคือกินยอดใบอ่อนครับ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับพืชผักที่เอายอดมากินต้องเด็ดให้ถูกวิธีครับ ต้องเด็ดให้ติดข้อ เหลื่อไว้ให้แตกยอดใหม่อีก และสำคัญมากครับเมื่อมียอดยาวพร้อมที่เก็บเกี่ยวต้องเด็ดตลอด มันถึงจะมีผลิตเพิ่ม มากขึ้นเรื่อยๆครับถ้าไม่เด็ดมันก็เรียวไปเรื่อยไม่ยอมเพิ่มยอดแขนงขึ้นมาทดแทนเอาเป็นว่ายิ่งเด็ดผลผลิตยิ่งเยอะ และก็เอาใจใส่มันด้วยครับให้น้ำให้ปุ๋ยชีวะภาพมันด้วยแมลงศัตรูก็จะเป็นพวกหอยทากและเพลี้ยอ่อนราขาวเท่านั้นครับ ดูแลง่ายครับ ที่สุดของจุดเด่นคือเก็บเกี่ยวนานมากครับหลายเดือนหรืออาจปลูกที่เดียวถ้าน้ำไม่ท่วมถึงเก็บได้เป็นปีเลยที่เดียว  ปลอดสารด้วยครับแทบไม่มีเคมีเลยขอบอก ถั่วฟักยาวจุดเด่นก็คือสามารถทำเมนูหลายอย่างปลูกง่ายให้ผลิตสั้นไปหน่อยครับ ศัตรูเยอะครับหนอนต่างๆเพลี้ยแป้งเพลี้ยอ่อนก็คอยระวังกำจัดมดตัวการแล้วกันครับ มันเป็นตัวคาบมาปล่อยแล้วมันก็กินฉี่พวกเพลี้ยนี้แหละครับ ส่วนหนอนก็สังเกตเอาถ้าเจอก็แนะนำใช้ข่าตะไคร้ตำรามกันผสมเหล่าขาวพร้อมอีเอ็มหมักรวมกันสักคืนสองคืน กรองเอาแต่น้ำแด่พ่นได้ครับไม่เป็นอันตรายต่อคนครับส่วนอัตราผมไม่ทราบตายตัวครับ หรือตามสูตรนี้ครับ&lt;br /&gt;วิธีการทำสารไล่แมลง&lt;br /&gt;เตรียมวัสดุ&lt;br /&gt;ข่าแก่ 3 กก. (ทุบให้แตก)&lt;br /&gt;ตะใคร้หอม 1 กก. (สับให้เป็นท่อนสั้น)&lt;br /&gt;สารสะเดา 2 กก. (สารสะเดาไทยบด)&lt;br /&gt;เหล้าขาว 3 ขวด&lt;br /&gt;น้ำส้มสายชู 2 ขวด&lt;br /&gt;แช่ในน้ำสะอาด 30 ลิตร&lt;br /&gt;อีเอ็มสด 120 ซีซี (1 แก้ว)&lt;br /&gt;กากน้ำตาล 120 ซีซี (1 แก้ว)&lt;br /&gt;แช่หมักไว้ 1 เดือน&lt;br /&gt;กรองด้วยผ้าขาวบาง (เก็บไว้ได้นาน 3-6 เดือน)&lt;br /&gt;วิธีใช้-นำสารไล่แมลง 100 ซีซี (1 ขวดลิปโพ) ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบนใบพืชทุกๆ 3 วัน จนครบการเก็บเกี่ยว &lt;br /&gt; ดีปลีปลูกที่เดียวอยู่เป็นปีเหมือนกันบอนเขียว( หรือตูน) ปลูกที่เดียวตัดต้นยาวเป็นปีครับผักเชียงดา ก็เหมือนผักตำลึงต้องเด็ดเมื่อมีผลิตให้เก็บไม่งั้นมันไม่เพิ่มยอดคล้ายกันครับ ผักชีฝรั่งก็ตรงไหนร่มรำไรก็ถางดินตื้นๆครับเอาเมล็ดว่านพอได้ผลผลิตเก็บข้ามปีเลยครับผักเผ็ดอันนี้ก็เหมือนกันครับเอาเมล็ดว่านแล้วเด็ดยอดดูแลดีข้ามปีเหมือนกันครับส่วนพริก-มะเขือต่างก็พอประมาณครับ5-6เดือนแต่ต้องดูแลดีๆนะครับให้น้ำให้ปุ๋ย พืชผักพวกนี้ปุ๋ยคอกธรรมดาก็เยี่ยมครับต้นทุนการผลิตถูก เกือบทุกตัวเลยครับตอนที่แล้วไม่ได้เอ่ยถึงใบมะกูดและดอกแคก็เป็นส่วนประกอบใน หม้อแกงด้วยครับ ก็หามาปลูกตรงขอบที่สักต้นก็เยี่ยมครับอยู่ยาวมากครับโดยเฉพาะดอกแคทำเมนูหลายอย่างครับผู้ที่ชอบดอกแคทราบดี ใบมะกูดก็สารพัดที่ใส่อาหารครับ เช่นผัดเผ็ดถั่วฟักยาว งี้ครับต้องใบมะกูดเล็กน้อยสุดยอดครับ ดูถ้าบทความวันนี้ไม่พอที่จะแนะนำพืชผักที่เกริ่นเมื่อบทความตอนที่แล้วๆครับต่อบทความหน้าดีกว่าครับ&lt;br /&gt;Eco. 6&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"arget="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-2449904114001639897?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/2449904114001639897'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/2449904114001639897'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/features.html' title='จุดเด่น (Features.'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrcLr4xR2hI/AAAAAAAAAAk/cY5R7f3GAH0/s72-c/eco+sufficiency-17.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-1753658221527320171</id><published>2009-09-05T09:33:00.000-07:00</published><updated>2009-09-29T20:10:05.082-07:00</updated><title type='text'>ให้เหงื่อมันไหลสุขภาพจะดี(To sweat it flow)</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/Srt2AFQCuCI/AAAAAAAAADk/XkWkSGEP1ZA/s1600-h/eco+sufficiency-1.JPG"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 320px; FLOAT: right; HEIGHT: 240px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5385027523233101858" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/Srt2AFQCuCI/AAAAAAAAADk/XkWkSGEP1ZA/s320/eco+sufficiency-1.JPG" /&gt;&lt;/a&gt;พลิกดินจนเหงื่อไหลก็ทำให้กินข้าว อร่อยเพิ่มขึ้นมาไม่เชื่อลองทำสไตน์ยายรัตน์ดูครับ ยายรัตน์เริ่มด้วยการปลูกพักที่คนพื้นเพแถบนี้บริโภคกันมากและยายรัตน์ก็ชอบกิน ท่านใช้พื้นที่นิดเดียวครับในการปลูกพืชนี้ท่านใช้พื้นที่ขอบบริเวณรอบที่ดินปลูกครับ พืชที่ปลูกก็คือผักตำลึง ( คนแถบนี้เรียกว่าผักแคบ) ที่เอาไปแกงรวมหรือแกงเลียงนะครับแต่องค์ประกอบมันเยอะครับ จะเล่าให้ฟัง เมื่อมีผักตำลึงแล้วจะต้องมีผักที่เพิ่มในแปลงเกิดขึ้นมาในเชิงซ้อนโดยอัตโนมัติ / แปลงตำลึง &gt; แปลงมะเขือยาว &gt; แปลงมะเขือพวง(มะแว้ง) &gt; แปลงถั่วฟักยาว &gt;แปลงผักเผ็ด &gt; แปลงชะอม &gt;แปลงพริก &gt; แปลงผักเชียงดา &gt; แปลงผักชีฝรั่ง &gt;แปลงมะเขือเปาะ&gt;แปลงผักแค &gt;ดีปลี-ฟักทอง &gt; แปลงต้นบอนเขียว&lt; ต้นตูนแถบเรียกกันครับ)พวกตะไคร้ก็ปลูกแอบๆมันก็ขึ้นดีครับ เห็นไหมละครับมันเกี่ยวพันกันเชื่อมโยงกันเพราะพวกพวกนี้จะไปรวมกันในหม้อแกงทั้งหมดเลยแค่เริ่มที่ผักตำลึง เดี๋ยวเราจะไปจัดสันที่ให้เหมาะกับพืชแต่ละชนิดที่ความจำเป็นในการเชื่อมโยงความสำคัญในการใช้ ในปริมาณทีเหมาะสมของแกงตะละหม้อครับ ยายรัตน์ใช้ขอบที่ปลูกผักตำลึง ราวสัก10 -15 ต้น ทำค้างให้มันเกี่ยวขึ้นชะ ต่อมาก็พักเชียงดาสัก3-5ต้นทำค้างให้เหมือนกันครับ ตามด้วยแปลงมะเขือยาว 10 ต้น แปลงมะเขือพวง(มะแว้ง) 5 ต้น แปลงมะเขือเปาะ 10 ต้น แปลงพริก 6 ต้น แปลงชะอม 8 ต้น ความถี่ ห่างในการปลูกก็ตามแต่พืชผักแต่ละชนิดครับ ก็ใช้พื้นที่ไปนิดเดียวต่อมาก็เป็นแปลงถั่วฟักยาวแปลงนี้ต้องใหญ่หน่อยครับเพาะเอาใช้ร่วมกับเครื่องแกงไม่มาก แต่ถั่วฟักยาวทำอาหารได้หลายเมนูเมือผลผลิตเยอะก็เอาขายได้ตลาดก็นิยมขายเดี่ยวไม่รวมใคร ฟักก็ปลูกสักสองต้นมันกินเนื้อที่หน่อยพอเราเอาแค่ดอกกับลูกเล็กและยอดเท่านั้นครับ แปลงต้นบอนเขียว-แปลงผักชีฝรั่ง-แปลงผักแค ก็ปลูกริมบ้านหรือที่ร่มลำไรก็โอเคครับ เจ้าพวกนี้ไม่ชอบแดดเท่าไหร่ครับ ส่วนดีปลีก็มีต้นไม้ก็ปลูกริมๆต้นไม้ยืนต้นใหญ่ เดี๋ยวมนก็คลานเลื่อยขึ้นเองครับเห็น ไหมละครับเราใช้พื้นที่ทั้งหมดไปแค่ สัก งานกว่าเองมั่งครับ อาจไมถึง 150 ตะรางวาด้วยช้ำครับ ยังเหลือที่ไว้จัดปลูกพืชอื่นอีก ที่อยู่ในห่วงโซ่ของแกงหม้อนี้ครับ ส่วนพืชที่เหลือจะนำบทความหน้า เด็ดๆนะครับห้ามพลาดนะครับเก็บกินเก็บขายไม่หมดยาวนานมาก กับการจัดวงจรด้วยครับ. &lt;br /&gt;Eco. 5&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-1753658221527320171?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/1753658221527320171'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/1753658221527320171'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/to-sweat-it-flow.html' title='ให้เหงื่อมันไหลสุขภาพจะดี(To sweat it flow)'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/Srt2AFQCuCI/AAAAAAAAADk/XkWkSGEP1ZA/s72-c/eco+sufficiency-1.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-2969845660210174434</id><published>2009-09-05T09:23:00.000-07:00</published><updated>2009-09-29T20:11:14.502-07:00</updated><title type='text'>วิธีคิดวิถีใหม่ (Diagnostics. New way.)</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrcKq-5qC9I/AAAAAAAAAAc/Mf7RghIf6uY/s1600-h/eco+sufficiency-13.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrcKq-5qC9I/AAAAAAAAAAc/Mf7RghIf6uY/s320/eco+sufficiency-13.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5383783613100329938" /&gt;&lt;/a&gt;จากจุดเริ่มมันก็คือการคิดจะทำอะไรมันต้องคิด อะไร ?คือโจทย์ที่ต้องคิดและอะไร ? ละคือกลไกหรือขบวนการไขคำตอบมี หยืดหยุ่นในกลไกไหมหรือตายตัวในกลไกการไขโจทย์ ( คนช่วยใหญ่จะคิดและจะเอาคำตอบเลยมักจะลืมเครื่องมือ(Tool ) มันก็คืออุปกรณ์ปรับแต่งกลไกการผลิตเนี่ยแหละครับที่ผมหมายถึง) ส่วนคำตอบมันคือผลสรุปว่าดีอย่างไรก็มีปลีกย่อยไปอีก ว่า ดีสั้น ดียาว  ทำแล้วเหนื่อยสั้น เหนื่อยยาว คุ้มไหมถ้าทำแล้ว อีกเยอะครับ แล้วเอาไว้ถกกันวันหลังช่วงนี้ เอาเป็นว่าตอนนี้ดูวิธีคิดสบายๆสไตน์ยายรัตน์กันดีกว่าครับ ที่ดินจำกัดราว 3 งาน จะทำอย่างไร ?  วิธีเก่าจะปลูกพืชเชิงเดี่ยว(คงไม่บรรยายนะครับเชิงเดี่ยวคืออะไร.) วิธีใหม่จะเน้นการปลูกพืชเชิงซ้อน ซ้อนอย่างไรมันต้องสองอย่างขึ้นไปเขาถึงจะเรียกว่าเชิงซ้อน แต่ที่ดินยายรัตน์ 3 งานจะกี่ซ้อนดีและแต่ละอย่างถ้าปลูกแล้วคนปลูกชอบกินไหม ถ้ากินไม่หมดละเอาไปขายจะมีคนซื้อกินไหม แล้วปลูกตัวนี้เหนื่อยมากไหม ผลที่ออกมาจะดีไหมเหมาะกับการที่กำลังที่ทำไหม และผลผลิตยาวนานแค่ไหนถ้าเหลือกินเอาไปขายคู่แข่งตลาดมีไหม ต้องจัดละครับจากประสบการณ์ 30 กว่าปีเป็นอะไรที่ไม่ยากเลยครับสำหรับยายรัตน์พอดีที่ดินติดแม่น้ำผืนนี้ อุดมไปด้วยความสมบูรณ์ของปุ๋ยธรรมชาติเลยเป็นจุดแข็งในการปลูกทำเลมันดีมันก็เป็นจุดแข็งตามกฎของการเริ่ม ที่ติดแม่น้ำ น้ำมีไม่จำกัดองค์ประกอบการผลิต การลำเลียงน้ำขึ้นมาให้พืช ไม่ต้องใช้แรงงานคนมากเพราะที่อยู่ติดบ้านมีไดร์น้ำเล็กๆที่ใช้ไฟฟ้าจุ่มลงน้ำติดสายยางก็ลำเลียงน้ำขึ้นมาได้แล้ว การพลิกฟื้นดินและเตรียมการปลูกก็เหนื่อยสักหน่อยยังใช้ โลเทค( Low Tech ) ก็จอบละครับออกกำลังกายไปในตัว ผลพลอยได้ครับส่วนจะปลูกอะไร ซ้อนกี่อย่างทุนเท่าไหร่  ความเสี่ยงไม่ต้องคิดปวด หัวครับแล้วต่อกันบทความหน้าครับ.&lt;br /&gt;Eco. 4&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-2969845660210174434?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/2969845660210174434'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/2969845660210174434'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/diagnostics-new-way.html' title='วิธีคิดวิถีใหม่ (Diagnostics. New way.)'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_N3aOF4UV7Uw/SrcKq-5qC9I/AAAAAAAAAAc/Mf7RghIf6uY/s72-c/eco+sufficiency-13.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-1266868062573582</id><published>2009-09-05T09:05:00.000-07:00</published><updated>2009-09-29T20:18:13.024-07:00</updated><title type='text'>จุดเริ่ม( Start)</title><content type='html'>ผมจะยังไม่เริ่มบทความที่เกี่ยวกับการตลาดหรือ( &lt;a href="http://coff45.1shoppingsite.com/"target="blank"&gt;Market Share &lt;/a&gt;) ผมจะเริ่มที่&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;วิถีชีวิตพอเพียง&lt;/a&gt;สบายๆสไตน์ยายรัตน์ก่อน หลายบทความแล้วกัน ยายรัตน์ไม่ใช่ใครคนใกล้ตัวผมเนี่ยแหละครับ  ยายรัตน์มีบ้านติดอยู่กับแม่น้ำปิง (Ping River) แม่น้ำสายสำคัญที่วิถีชีวิตคนติดแม่น้ำภูมิใจ ยายรัตน์อายุท่านก็แก่แล้วครับราว 64 Up  แต่สุขภาพของท่านดีและแข็งแรงท่านทำงานตลอด ท่านทำสวนผักครับทำเหนื่อยท่านก็พักท่านมีที่ดิน 3 งาน เล็กๆหลังบ้านที่เป็นแปลงผัก ผมจะขยายให้ท่านฟังกับวิธีจัดการและการบริหารที่เล็กๆราว 3 งานแบบมีประสิทธิภาพและพอเพียงสไตน์ยายรัตน์ให้กระจ่างพร้อมทั้งจะนำภาพสวยมาฝากกันดูครับ ยายรัตน์ท่านเคยปลูกผักหลายชนิดย้อนหลังไป 30 กว่าปีท่านไม่เคยพ้นเรื่องการปลูกผักเพื่อขายและบริโภคเอง ตั้งแต่ยุคเคมี บูมสุดๆจนคนขายเคมีรวยกันไปหลายราย จากการขายปุ๋ยและยาเคมีกับการเกษตรจากปุ๋ยโลละ 2.80 บาทมาตอนนี้ โลราว15-20 กว่าบาท จุดเปลี่ยนภาคเกษตรที่ส่งผลให้วิถีให้เกิดขึ้นมาอยู่อย่าง&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;พอเพียง&lt;/a&gt;กันเพิ่มขึ้นหันมา ใช้จุลลินทรีย์ ที่ผลิตขึ้นเองทดแทนเคมี ยายรัตน์ก็เช่นกัน แต่ 30 กว่าปีทำให้ยายรัตน์ต้องมาทำระบบแบบใหม่แทนที่จะใช้ที่ดินเยอะๆใช้เคมี เหนื่อยมากลงทุนมากและความเสี่ยงกับชีวิตที่ผูกกับสารเคมี ราวถึงผลกระทบต่อสิ่งรอบตัว ท่านกับใช้ที่ดินน้อยๆ และใช้วิธีปลอดเคมีแทน( Organic )ทำอย่างไร ตามมาบทความที่สองครับกันโอกาสต่อไปครับ.&lt;br /&gt;Eco. 3&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-1266868062573582?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/1266868062573582'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/1266868062573582'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/start.html' title='จุดเริ่ม( Start)'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-4897499230529715793</id><published>2009-09-05T05:57:00.001-07:00</published><updated>2009-09-29T20:15:51.169-07:00</updated><title type='text'>อ้างถึง( Referred to  )</title><content type='html'>รอยทางเดินที่เคยผ่าน กลุ่มเหล่าท่านทั้งหลายนี้ได้ผ่านฤดูกาลต่างๆมามากหมาย บ้างสัมผัสความสุขในวิถีเก่าที่ผ่านมาหลายสิบปี  บ้างก็อยู่ในระหว่างรอยต่อความเจริญทางเทคโนโลยีและวิถีผสมผสานเก่าและใหม่ บ้างก็ได้สัมผัสและใช้งานเทคโนโลยีอยู่ เช่น อินเตอร์เน็ต-โทรศัพท์ได้พัฒนาต่อยอดมาอยู่เนืองๆ แต่วิถีชีวิตก็ตำเนินแบบเรียบง่าย บวกกับค่าครองชีพที่เปลี่ยนไป และถึงแม้จะมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่มาใช้อำนวยความสะดวกเพิ่มมากขึ้น แต่กับทำให้คุณภาพชีวิตต่ำลง  นี่อาจเป็นกับดักนำพามาซึ่งความยากจนในอนาคตก็เป็นได้  เพราะการกินอยู่ที่แปลกออกไปไร้ขอบเขตในการบริโภค  ด้วยการก๊อบปี้พฤติกรรมบริโภคนิยม และค่านิยมใหม่  ถ้าเราท่านไม่หันมามองการพึ่งพาตนเองด้วย&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="blank"&gt;วิถีพอเพียง&lt;/a&gt;. ( &lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt; ) บล๊อกนี้จะนำพาให้เราท่านพอให้ได้เหลียวมองได้บ้างครับ&lt;br /&gt;Eco. 2&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-4897499230529715793?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/4897499230529715793'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/4897499230529715793'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/referred-to.html' title='อ้างถึง( Referred to  )'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7444959720744169280.post-7587267721281090141</id><published>2009-09-05T05:40:00.000-07:00</published><updated>2009-09-29T20:18:13.025-07:00</updated><title type='text'>Sufficiency</title><content type='html'>บล็อกนี้เขียนถึงวิถีชีวิตของคนหลายๆวิถี  ทั้งผลิตสินค้าหลายอย่างและผักส่งตลาดและ  รับกระจายสินค้าถึงผู้บริโภคถึงหัวบันไดบ้าน  วิถีที่เกี่ยวพันกัน  รวมถึงการดำเนินชีวิตแบบ&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;พอเพียง &lt;/a&gt;  ( &lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt; ) หลายๆสไตน์  ตามดูและแวะมาชมภาพ วิถีชีวิตที่สวยงาม ไม่ช้ำใครได้ที่บล็อกนี้ครับ.&lt;br /&gt;Eco. 1&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.moe-news.net/images/medias/m_education/Downloads/6%20poepeang.pdf"target="_blank"&gt;Sufficiency&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7444959720744169280-7587267721281090141?l=eco-sufficiency.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/7587267721281090141'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7444959720744169280/posts/default/7587267721281090141'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eco-sufficiency.blogspot.com/2009/09/sufficiency.html' title='Sufficiency'/><author><name>Eco</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09154335365729285476</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry></feed>
